ไทม์ แมชชีน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ไทม์ แมชชีน

ตั้งหัวข้อ by sunday on Sat Jan 23, 2010 4:58 pm


นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันได้มีการนำเรื่องนี้ไปเปิดประเด็นถกเถียงกันอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนมีนิยาย หนังสือ รวมไปถึงภาพยนตร์ที่มี ไทม์ แมชชีนเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่มากมายเลยครับ มันเป็นความฝันสำหรับนักวิทยาศาตร์ และ ความอยากรู้อยากเห็นของบรรดาผู้อยากที่จะรู้อดีต ทำนายอนาคต เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ที่ยังคงรอการพิสูจน์-
และทำให้มันเป็นจริงขึ้นมานับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน … กับ
เครื่องจักรพิศวง ไทม์ แมชชีน
บรรดานักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ของโลกที่กำลังทุ่มเทการวิจัยเรื่องนี้กันอย่างหนัก ก็เริ่มมีเค้าของความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นมากสำหรับเรื่อง ไทม์ แมชชีนหรือการท่องเวลา
ออกมากันบ้างแล้ว โดยบรรดานักวิจัยจากแคลิฟอร์เนียและกรุงมอสโควเค้าประกาศออกมาแล้วว่า
การท่องเวลา (Time Travel) นั้น มีความเป็นไปได้อยู่ทีเดียว !! ซึ่งพวก
เค้าได้สร้างห้องแล็ปที่เรียกว่า
TARDIS ขึ้นมา และเริ่มทดลองโดยนำพื้นฐานมาจากสมการของนักฟิสิกส์เอกของโลก อัลเบิร์ท ไอนสไตน์ (Albert Einstein) นักวิทยา-ศาสตร์กลุ่มนี้กล่าวว่ามันอาจยากมากในการวิจัยและทดลองให้มันเป็นจริงหรือใกล้ความจริง แต่ก็มีความเป็นไปได้มากทีเดียว
บางทีอาจจะดูเหมือนเป็นการฝืนกฎของธรรมชาติ ที่บัญญัติเอาไว้ว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องดำเนินครรลองไปข้างหน้าเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะกระทำตัวเหนือธรรมชาติ-
อย่างนี้ แน่นอนว่าธรรมชาตินั้นมีสิทธิ์ขาดในการดูแลจัดสรรปันส่วนทุกอย่างบนโลกนี้ได้อย่างลงตัวและถูกต้องมากที่สุดแล้ว กระนั้นมนุษย์เราก็ยังอาจหาญที่จะฝืนธรรม -
ชาติในกฎเกณฑ์หลายๆอย่าง เช่น การตัดต่อพันธุกรรมซึ่งกระทำตนประดุจเป็นพระเจ้า เริ่มจะสร้างเครื่องข้ามเวลาและการคิดค้นยาอายุวัฒนะ ซึ่งเป็นกฎเหล็กของธรรม
ชาติที่มนุษย์เราไม่ควรฝ่าฝืน
การท่องเวลานั้นบางทีฟังดูเหมือนว่ามันจะเป็น สิ่งที่ขัดแย้งกันเอง (Paradoxes) อยู่ในหลายๆด้าน คุณลองจินตนาการดูว่าวันหนึ่งเรานั้น
สามารถที่จะประดิษฐ์เครื่องไทม์ แมชชีนได้สำเร็จและเดินทางย้อนไปยังอดีต และเกิดนึกสนุกขึ้นมาทำให้คุณพ่อคุณแม่ของเราไม่ได้พบกัน และทำให้เราไม่ได้เกิดขึ้นมา -
และพอเรากลับมายังอนาคต ซึ่งเราก็ยังเป็นตัวเราอยู่ ?? ดูแล้วมันออกจะแปลกๆ ในเมื่อเราในอดีตไม่ได้เกิดมา
แล้วตัวเราในอนาคตหรือในขณะนี้นั้นเป็นใคร ?? เป็นไปได้
หรือไม่ว่า
อาจจะมีอนาคตของหลายๆ มิติอนาคต ซึ่งจะแยกย่อยออกไปตามเหตุการณ์ที่เจอหรือเกิดขึ้นตามแต่ละมิติเวลาในช่วงนั้น
จากความคิดตรงนี้ละครับที่ทำให้มันดูเหมือนว่า การย้อนเวลาขัดแย้งกันเองด้วยกฎของธรรมชาติ อย่างที่ว่าไป ถ้าคิดในอีกแง่หนึ่งก็คือ อดีต เป็นสิ่งที่แตะต้องไม่ได้
เราไม่สามารถทำอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาได้แล้ว อาจจะคิดได้ในแง่ว่าช่วงเวลาของอดีตหรือของอนาคตที่มีนั้นมีอยู่เพียงมิติเดียว แต่ถ้ามีอยู่หลายมิติเวลาล่ะก็เป็นอีกเรื่องนึง
!!! ส่วนที่กล่าวไปก็คือ
กลุ่มที่มีข้อโต้เถียงเรื่องที่ว่าการท่องเวลานั้นเป็นไปไม่ได้นั่นเอง
สมการทฤษฎีสัมพัทธภาพ (Theory of Relativity) ของไอน์สไตน์นั้น Roger Penrose นักวิทยาศาสตร์วิจัยจาก Oxford University เคยได้เสนอทฤษฎี-
ของเขาเรื่องที่ว่า
เมื่อมวลวัตถุถูกดูดเข้าไปนั้นจะไปอยู่ยังใจกลางของหลุมดำด้วยแรงดึงดูด ซึ่งตรงนั้นเรียกว่า Singularity และ เจ้ามวลวัตถุชิ้นนั้นก็จะถูกบดขยี้เป็นโจ๊ก
เละไป เป็นทฤษฎีที่มีมา 30 ปีแล้ว แต่ในปี 1960 นักคณิตศาสตร์ชาวนิวซีแลนด์
Roy Kerr ได้พบว่าหลุมดำนั้นมีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดา เขาพบว่าช่วงที่เราเรียกว่า Singularity นั้นมีการขยับหรือขยายตัวเป็นวงแหวน ตรงนี้และครับที่ Roy คิดว่าถ้าสามารถที่จะผ่านรูตรง Singularity และออกมาได้ ก็อาจจะไปโผล่เอาที่หรือเวลา
อื่นได้ เขาตั้งทฤษฎีนี้ว่า
Roy Solution แต่กว่าจะเป็นที่ยอมรับให้ความสนใจและศึกษากันต่อก็มาเอาในอีก 10 ปี ให้หลัง ในปี 1970 นั่นเอง
หลังจากที่ค้นพบว่า มีหลุมดำอยู่ในแกแล็คซี่ทางช้างเผือกของเรา และในใจกลางของแกแล็คซี่อื่นๆ อีก ทำให้เริ่มมีการสนใจ ศึกษาและค้นคว้ากันอย่างจริงจังเพิ่มมาก
ขึ้น ต่อมาในปี 1980
Rip Thorne หัวหน้าของ CalTech ซึ่งเป็นกลุ่มที่เชี่ยวชาญเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพของโลกได้ทำการพิสูจน์ และได้บทสรุปว่า ทฤษฎีสัมพัทธ -
ภาพของไอน์สไตน์เรื่องท่องเวลาน่ะ
ไม่น่าจะเป็นจริงได้ แต่ถ้ามีเทคโนโลยีหรือเครื่องมือที่พอจะสามารถจับหรือควบคุมหลุมดำเอาไว้แล้วศึกษาให้ดีก็ไม่เหมือนกัน ซึ่งตรง
จุดนี้ก็ไปตรงกับข้อสันนิษฐานของทฤษฎี
Kerr Solution และอีกข้อสันนิษฐานอีกข้อหนึ่งของ Kerr Solution ก็กล่าวว่าบางทีหลุมดำอาจจะไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว หรือ
ก็คืออาจจะมีหลุมดำที่เป็น "
ประตู" อยู่ หรือที่เรียกประตูนี้ว่า หลุมหนอน (Wormhole) เจ้าหลุมดำชนิดนี้ที่ว่ามันเป็นประตูสู่กาลเวลา เป็นตัวเชื่อมระหว่างหลุมดำในมิติ
หรือจักรวาลอื่น หรือที่เรียกได้ว่าเป็น
Multiverse โดยใช้หลักการที่เรียกว่าการ Warp ซึ่งต่อมาภายหลังจากหนัง Sci-Fi เราจะเห็นลักษณะของการ Warp เป็นไปใน
รูปของการเดินทางข้ามจักรวาลอย่างเร็วแบบเข้าสู่ Hyper Space ซึ่งก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ผ่านกาลเวลา

อย่างที่ทราบกันละครับว่าเรื่องของเวลาและเกี่ยวกับการท่องเวลานั้นเริ่มต้นมาจากความรู้ในด้านสาขาวิทยาศาสตร์ หรือถ้าจะเจาะจงลงลึกไปมากกว่านั้นก็คือสาขาฟิ
สิกส์นั่นเอง โดยริเริ่มมาจาก
อัลเบิร์ท ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์เอกของโลกและต่อมาก็ได้มีผู้สืบสานงานต่อจากเขาอีกมากมาย แตกแขนงออกมาเป็นอีกหลายทฤษฎี มีทั้งผู้ที่เชื่อ
ว่าด้วยกฎฟิสิกส์นั้นเป็นไปได้กับการสร้าง ไทม์ แมชชีนขึ้นมาแต่ ณ เวลานี้ยังทำไม่ได้ และ พวกที่เชื่อว่าไม่น่าทำได้ สรุปก็คือมีเชื่อกับไม่เชื่อนั่นเอง


ดังที่กล่าวมาแล้วว่ามีสิ่งที่จะช่วยสนับสนุนทฤษฎีการท่องเวลาให้เป็นจริงได้ ก็คือ หลุมหนอน (Wormhole) หรือ คือจุดเชี่อมระหว่างมิตินั่นเอง ว่ากันว่าโดยข้อสัน
นิษฐานของทฤษฎี
Kerr Solution ได้กล่าวเอาไว้ว่าเจ้าหลุมหนอนเนี่ยก็เป็นหลุมดำชนิดหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากหลุมดำอื่นๆ ซึ่งจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าไปในตัว ด้วยแรง
ดึงดูดที่มหาศาลจนแม้กระทั่งแสงก็ไม่อาจหนีจากมันได้ จากนั้นก็จะโดนบดขยี้แหลกเหลวด้วยแรงกดอันมหาศาล แต่ว่าเจ้าหลุมดำหรือหลุมหนอนของนาย
Kerr เนี่ย มัน-
ไม่ได้ดูดกลืนอย่างเดียว แต่มันจะ "
พ่น" สิ่งที่ดูดกลืน จากฟากหนึ่งของตัวมันมาออกยังอีกจุดหนึ่งด้วย หรือทำหน้าที่คล้ายๆ "ปาก" นั่นเอง

sunday
มาเฟีย Vongola

จำนวนข้อความ : 287
Reputation : 0
Join date : 31/12/2009
ที่อยู่ : บ้านซิก(ฮ่าๆๆๆ)

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ